โทร 094 731 3117 รับสายทุกวัน 08:00–18:00 ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี Facebook YouTube

หน้าแรก › ข่าวสาร › ญี่ปุ่น: ระบบอัตโนมัติ

ญี่ปุ่นไม่ได้ทำระบบน้ำอัตโนมัติเพื่อประหยัดน้ำ — แต่เพราะไม่มีคนแล้ว

การจัดการน้ำ เผยแพร่ 22 สิงหาคม 2569 ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เรียบเรียงโดย เก็ตไกด์ฟาร์ม
สรุปสั้น
  • 94% ของน้ำเกษตรญี่ปุ่นคือน้ำนาข้าว — ระบบน้ำเกษตรทั้งประเทศออกแบบมาเพื่อนาข้าว ไม่ใช่สวนผลไม้หรือเรือนเพาะชำ
  • เกษตรกรหลักของญี่ปุ่นเหลือ 1.11 ล้านคนในปี 2567 จาก 2.4 ล้านคนในปี 2543 อายุเฉลี่ย 69.2 ปี และ 71.7% อายุเกิน 65 ปี
  • ⚠️ ตัวเลขเด่นของงานวิจัยญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดเป็นตัวเลขแรงงาน — ลดเวลาจัดการน้ำ 70–97% ส่วนตัวเลขน้ำมีน้อยกว่าและผูกกับนาข้าว
  • ญี่ปุ่นมีสระเก็บน้ำเกษตร (ため池) 148,345 แห่ง และ 69% สร้างตั้งแต่ยุคเอโดะหรือก่อนหน้า จนกลายเป็นภาระด้านความปลอดภัย
  • สิ่งที่ถ่ายทอดได้ดีที่สุด: วาล์วลูกลอยกลไกล้วนที่ไม่ใช้ไฟฟ้า และวินัย “วัดก่อนให้”
  • สิ่งที่ถ่ายทอดไม่ได้: ประตูน้ำนาอัตโนมัติ การไขน้ำแห้งกลางฤดู และการควบคุมสถานีสูบระดับเขต

ข้อแรกที่ต้องรู้: ญี่ปุ่น = นาข้าว

กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น (MAFF) ระบุว่า น้ำชลประทานนาข้าวคิดเป็นประมาณ 94% ของน้ำเพื่อการเกษตรทั้งหมด ที่เหลือเป็นน้ำพืชไร่พืชสวนและน้ำปศุสัตว์

ตัวเลขนี้เปลี่ยนวิธีอ่านทุกอย่างที่ตามมา — ระบบน้ำเกษตรของญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมระดับน้ำขังในแปลงที่มีคันนาปิดล้อม ซึ่งเป็นสภาพที่สวนผลไม้และเรือนเพาะชำไม่มี

ตัวชี้วัดค่าปีข้อมูล
การใช้น้ำรวมทั้งประเทศราว 78,500 ล้าน ลบ.ม./ปี2562
น้ำเพื่อการเกษตรราว 53,300 ล้าน ลบ.ม. (~68%)2562
สัดส่วนที่เป็นน้ำนาข้าวราว 94% ของน้ำเกษตร2563

อีกเรื่องที่ทำให้ตัวเลขญี่ปุ่นอ่านยากคือ การใช้น้ำซ้ำตามลำน้ำ (反復利用) — น้ำที่ไหลออกจากนาส่วนใหญ่กลับคืนสู่แม่น้ำและถูกใช้ซ้ำที่ท้ายน้ำ MAFF ระบุว่า 75% ของน้ำที่ซึมลงดินไหลกลับมาเป็นน้ำผิวดิน ดังนั้นการ “ประหยัดน้ำ” ที่แปลงหนึ่งจึงไม่ได้เพิ่มน้ำให้ลุ่มน้ำในสัดส่วนเดียวกัน (ข้อควรระวัง: 75% เป็นค่าของน้ำซึมลงดินเท่านั้น ไม่ใช่ “อัตราการรีไซเคิลน้ำ” ของทั้งระบบ)

ตัวเลขเด่นทุกตัว คือตัวเลขแรงงาน

เมื่ออ่านผลงานวิจัยของญี่ปุ่นเรียงกัน จะเห็นรูปแบบชัดเจนทันที

งานวิจัยตัวเลขแรงงานตัวเลขน้ำ
NARO ระบบเปิด-ปิดน้ำนาอัตโนมัติ (2560)ลดเวลา ~80%ลดน้ำ ~50% เฉพาะช่วงออกรวง→เก็บเกี่ยว
WATARAS สินค้าเชิงพาณิชย์ (2564)ลดเวลา 70–90%ไม่ระบุตัวเลข
โครงการสาธิต SIP (2559–2560)ลดเวลา 75–97%ไม่ระบุ %
สวนส้มอุนชู คิวชู (2562)ลดเวลา 93% (5.5 → 0.4 ชม./10a)ไม่มีตัวเลขน้ำเลย

นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบเพื่อให้ชาวนาอายุ 70 ที่ทำนา 30 เฮกตาร์คนเดียว ไม่ต้องขับรถไปเปิดปิดน้ำ 40 แปลงทุกเช้า การประหยัดน้ำเป็นผลพลอยได้ ไม่ใช่เป้าหมายหลัก

ผลข้างเคียงที่น่าสนใจคือผลผลิตเพิ่มขึ้น — WATARAS รายงานข้าวเพิ่ม 5% ส่วนโครงการ SIP รายงาน 4% ถึง 12% สาเหตุคือระบบทำให้ควบคุมน้ำได้ตรงตามที่ตั้งใจทุกวัน ซึ่งการทำด้วยมือทำไม่ได้สม่ำเสมอขนาดนั้น

อ่านฐานเปรียบเทียบให้ครบ: ตัวเลข “ลดแรงงาน 80%” ของ NARO เทียบกับนาที่มีอุปกรณ์ให้น้ำมาตรฐานอยู่แล้ว ไม่ใช่เทียบกับการเดินไปเปิดคันนาด้วยจอบ ส่วน “ลดน้ำ 50%” เป็นช่วงเวลาจำเพาะคือออกรวงถึงเก็บเกี่ยว ไม่ใช่ทั้งฤดู และตัวเลข −97% ของ SIP เป็นค่าของแปลงตัวอย่างเฉพาะราย ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยประเทศ

ทำไมญี่ปุ่นต้องทำแบบนี้

หลักฐานอยู่ในสมุดปกขาวของ MAFF เอง

  • เกษตรกรหลักของญี่ปุ่นเหลือ 1,114,000 คนในปี 2567 ลดจาก 2,400,000 คนในปี 2543 — หายไปครึ่งหนึ่งใน 24 ปี
  • อายุเฉลี่ย 69.2 ปี และ 71.7% อายุ 65 ปีขึ้นไป

ขณะที่คนหายไปครึ่งหนึ่ง โครงสร้างที่ต้องดูแลไม่ได้หดตาม ญี่ปุ่นยังมีสระเก็บน้ำเกษตร (ため池) 148,345 แห่ง ณ เดือนมีนาคม 2569 และสหกรณ์ปรับปรุงที่ดินที่ต้องเดินตรวจคลองอีก 4,043 แห่ง สมาชิกรวม 3.32 ล้านคน

บทเรียนจากสระเก่าแสนแห่ง

ญี่ปุ่นสร้าง ため池 ขึ้นด้วยเหตุผลที่ MAFF อธิบายตรง ๆ ว่า “ในพื้นที่ที่ฝนตกน้อยและไม่มีแม่น้ำสายใหญ่ในลุ่มน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทำการเกษตร” — ซึ่งตรงกับสถานการณ์ของอีสานพอดี สระกระจุกตัวในภาคตะวันตกที่ฝนน้อย คือเฮียวโงะ 21,162 แห่ง ฮิโรชิมะ 16,186 แห่ง และคางาวะ 12,187 แห่ง

แต่บทเรียนด้านลบสำคัญกว่า จากการสำรวจสระราว 96,000 แห่ง MAFF พบว่า

ยุคที่สร้างสัดส่วน
ยุคเอโดะหรือก่อนหน้า / ไม่ทราบปี69%
ยุคเมจิ16%
ยุคไทโช4%
ยุคโชวะเป็นต้นมา11%

สระอายุหลายร้อยปีที่เจ้าของเดิมตายไปแล้วและไม่มีใครดูแล กลายเป็นความเสี่ยงเขื่อนแตกจนญี่ปุ่นต้องออกกฎหมายเฉพาะบังคับให้เจ้าของแจ้งขึ้นทะเบียน (แจ้งแล้ว 96,392 แห่งจากเป้า 96,433 แห่ง)

บทเรียนตรงสำหรับฟาร์มที่มีบ่อ: บ่อเก็บน้ำคือโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องบำรุงรักษาตามตาราง ไม่ใช่ขุดครั้งเดียวจบ ควรมีรอบตรวจคันบ่อ ทางระบายน้ำล้น และรอยรั่วอย่างน้อยปีละครั้ง ก่อนเข้าฤดูฝน — ญี่ปุ่นเรียนรู้เรื่องนี้ด้วยราคาแพงจากสระอายุ 300 ปีจำนวนแสนแห่ง

สิ่งที่สวนไทยนำมาใช้ได้จริง

A. ใช้ได้ทันที ต้นทุนต่ำ

  • วาล์วลูกลอยกลไกล้วน ไม่ใช้ไฟฟ้า — NARO เคยพัฒนาเครื่องควบคุมระดับน้ำที่ทำงานด้วยลูกลอยอย่างเดียว ไม่ใช้ไฟและไม่ใช้แรงดันไฮดรอลิก ปรับระดับด้วยการเลื่อนท่อ PVC ภายใน นี่คือสิ่งที่ถ่ายทอดได้ดีที่สุดในบรรดาทั้งหมด ใช้ควบคุมระดับน้ำในบ่อพักหรือถังพักของระบบปั๊มโซลาร์ได้อัตโนมัติ ไม่กินไฟจากแผง ไม่มีอิเล็กทรอนิกส์ให้เสียในอากาศร้อนชื้น และซ่อมเองได้ในอุบลฯ
  • ตารางตรวจบ่อประจำปี — บทเรียนจาก ため池 ข้างบน
  • จดบันทึกเพื่อ “ตัดสินใจ” ไม่ใช่แค่ “ควบคุม” — เหตุผลที่ผลผลิตเพิ่มในทุกงานสาธิตญี่ปุ่นคือความสม่ำเสมอ ซึ่งเริ่มได้จากสมุดจดกับเซนเซอร์ราคาถูก

B. ต้องปรับก่อนใช้ในไทย

  • เซนเซอร์ความชื้นดิน + คอนโทรลเลอร์ให้น้ำในสวนผลไม้ — กรณีสวนส้มอุนชูที่คิวชูเป็นกรณีเดียวในชุดข้อมูลนี้ที่เป็นไม้ผล ไม่ใช่นาข้าว และผลลัพธ์คือลดเวลาจาก 5.5 เหลือ 0.4 ชั่วโมงต่อ 10 อาร์ เหตุผลที่ถ่ายทอดได้คือไม้ผลต้องการความชื้นดินสม่ำเสมอ ไม่ใช่ระดับน้ำ จึงข้ามภูมิอากาศได้ แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น 80,000 เยนต่อ 10 อาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ฟาร์มเล็กไทยรับไม่ไหวถ้าซื้อของญี่ปุ่น — สิ่งที่ควรลอกคือตรรกะ (เซนเซอร์ 1–2 จุดต่อโซน บวก timer และวาล์วราคาถูก) ไม่ใช่ยี่ห้อ

C. เหมาะกับฟาร์มเชิงพาณิชย์

  • ระบบควบคุมการให้น้ำผ่านคลาวด์พร้อมเซนเซอร์หลายโซน — คุ้มเมื่อพื้นที่ใหญ่พอให้ต้นทุนคงที่กระจายได้

D. ไม่เหมาะกับสวนทั่วไปในตอนนี้

  • ประตูน้ำนาอัตโนมัติ WATARAS — ตัวเลข “ลดแรงงาน 80% ลดน้ำ 50%” ผูกกับกลไกของนาข้าวโดยเฉพาะ คือการควบคุมระดับน้ำขังในแปลงที่มีคันนาปิดล้อม สวนผลไม้และเรือนเพาะชำไม่มีน้ำขัง จึงไม่มีกลไกให้เกิดผลแบบเดียวกัน ต้นทุน 100,000 เยนต่อชุด บวกสถานีฐาน 200,000–300,000 เยน บวกค่าสื่อสารรายเดือน คือโครงสร้างต้นทุนที่ออกแบบมาสำหรับฟาร์มข้าวหลายสิบเฮกตาร์ที่ค่าแรงญี่ปุ่นสูงมาก ห้ามนำเปอร์เซ็นต์เหล่านี้ไปอ้างในบริบทสวนผลไม้ไทย
  • การไขน้ำแห้งกลางฤดู (中干し) และคาร์บอนเครดิตนาข้าว — เป็นเทคนิคเฉพาะนาข้าวล้วน ๆ ไม้ผลและกล้าไม้ไม่มีระยะนี้และไม่ปล่อยมีเทนแบบนาน้ำขัง (สำหรับผู้ปลูกข้าว: MAFF อนุมัติการขยายช่วง 中干し ตั้งแต่ 7 วันขึ้นไปเข้าระบบ J-Credit เมื่อปี 2566 โดยลดมีเทนได้ราว 30% แต่งานวิจัยพบว่า N₂O เพิ่มขึ้นเป็นการแลกเปลี่ยน)
  • iDAS และการควบคุมสถานีสูบน้ำระดับเขต — เป้าหมายผู้ใช้คือสหกรณ์ปรับปรุงที่ดินที่ดูแลระบบท่อทั้งเขต ไม่ใช่ฟาร์มเดี่ยว และ NARO ระบุเองว่ายังอยู่ขั้นสาธิต ตัวเลข “ลดไฟ 40%” คือของสถานีสูบขนาดใหญ่ ไม่ใช่ปั๊มโซลาร์ตัวเดียว
  • นาข้าวเป็นแก้มลิง (田んぼダム) เขื่อนและคลองระดับชาติ — โครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศทั้งหมด

เปรียบเทียบสี่มิติ

มิติญี่ปุ่นสวนในอุบลฯผล
ภูมิอากาศฝนตกทั้งปี + ไต้ฝุ่น แล้งเฉพาะถิ่นตะวันตกฝนตามฤดูชัดเจน แล้งยาว 5–6 เดือน ระเหยสูงกว่าญี่ปุ่นแก้เรื่องเวลาและระดับ ไทยแก้เรื่องปริมาณสำรอง
พืช94% ของน้ำเกษตรคือนาข้าว ระบบน้ำขังไม้ผลและเรือนเพาะชำ ระบบความชื้นดินเทคนิคระดับน้ำไม่ถ่ายทอด เทคนิคความชื้นดินถ่ายทอด
ขนาดคุ้มที่ 10–100 เฮกตาร์ต่อเจ้าของหนึ่งรายฟาร์มครอบครัวต้นทุนคงที่กระจายไม่ได้ ต้องใช้ของถูกกว่ามาก
ค่าแรงสูงมาก และหาคนไม่ได้ → เครื่องแสนเยนคุ้มใน 2–3 ปีต่ำกว่าหลายเท่า และเป็นแรงงานครอบครัวสมการคืนทุนกลับด้าน

สรุป: อย่าลอกราคา ให้ลอกวินัย

การนำเสนอว่า “ญี่ปุ่นประหยัดน้ำได้ 50–80% ด้วยเซนเซอร์” แล้วสรุปว่าสวนไทยควรทำตาม เป็นการอ่านตัวเลขผิดบริบทถึงสามชั้น — ผิดพืช (นาข้าว ไม่ใช่ไม้ผล) ผิดขนาด (สิบเฮกตาร์ ไม่ใช่ไม่กี่ไร่) และ ผิดโจทย์ (แก้ปัญหาไม่มีคน ไม่ใช่ไม่มีน้ำ)

สิ่งที่ฟาร์มไทยควรลอกจากญี่ปุ่นไม่ใช่ราคาของอุปกรณ์ แต่คือวินัยสองอย่าง

  1. วัดก่อนให้ อย่าให้น้ำตามความเคยชิน
  2. มองบ่อเก็บน้ำเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องบำรุงรักษาตามตาราง ไม่ใช่ขุดครั้งเดียวจบ

อ่านต่อในหมวดเดียวกัน

ไทย: เก็บน้ำก่อนแล้งเอลนีโญ · อิสราเอล: ลอกได้แค่ครึ่งเดียว · จีน: ตัวเลขประสิทธิภาพที่ต้องอ่านให้เป็น

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมถึงบอกว่าระบบน้ำอัตโนมัติของญี่ปุ่นแก้ปัญหาคน ไม่ใช่ปัญหาน้ำ
เพราะตัวเลขเด่นของงานวิจัยเกือบทุกชิ้นเป็นตัวเลขแรงงาน NARO รายงานลดเวลาจัดการน้ำราว 80% ระบบ WATARAS เชิงพาณิชย์รายงาน 70 ถึง 90% โครงการสาธิต SIP รายงาน 75 ถึง 97% และกรณีสวนส้มที่คิวชูรายงานลดเวลา 93% โดยไม่มีตัวเลขน้ำเลย เหตุผลอยู่ในสมุดปกขาวของกระทรวงเกษตรญี่ปุ่นเอง คือเกษตรกรหลักเหลือ 1.11 ล้านคนในปี 2567 จาก 2.4 ล้านคนในปี 2543 อายุเฉลี่ย 69.2 ปี และ 71.7% อายุเกิน 65 ปี
ระบบประตูน้ำนาอัตโนมัติของญี่ปุ่นใช้กับสวนผลไม้ไทยได้ไหม
ไม่ได้ เพราะตัวเลขลดแรงงาน 80% และลดน้ำ 50% ผูกกับกลไกของนาข้าวโดยเฉพาะ คือการควบคุมระดับน้ำขังในแปลงที่มีคันนาปิดล้อม สวนผลไม้และเรือนเพาะชำไม่มีน้ำขังจึงไม่มีกลไกให้เกิดผลแบบเดียวกัน อีกทั้งตัวเลขลดน้ำ 50% เป็นช่วงออกรวงถึงเก็บเกี่ยวเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งฤดู และต้นทุน 100,000 เยนต่อชุดบวกสถานีฐาน 200,000 ถึง 300,000 เยนบวกค่าสื่อสารรายเดือน ออกแบบมาสำหรับฟาร์มข้าวหลายสิบเฮกตาร์ที่ค่าแรงญี่ปุ่นสูงมาก
อะไรจากญี่ปุ่นที่สวนไทยเอามาใช้ได้ดีที่สุด
วาล์วลูกลอยกลไกล้วนที่ไม่ใช้ไฟฟ้า NARO เคยพัฒนาเครื่องควบคุมระดับน้ำที่ทำงานด้วยลูกลอยอย่างเดียว ไม่ใช้ไฟและไม่ใช้แรงดันไฮดรอลิก ปรับระดับด้วยการเลื่อนท่อ PVC ภายใน เหมาะกับการควบคุมระดับน้ำในบ่อพักหรือถังพักของระบบปั๊มโซลาร์แบบอัตโนมัติ โดยไม่กินไฟจากแผง ไม่มีอิเล็กทรอนิกส์ให้เสียในอากาศร้อนชื้น ต้นทุนต่ำ และซ่อมเองได้ในพื้นที่
บทเรียนจากสระเก็บน้ำ 148,345 แห่งของญี่ปุ่นคืออะไร
คือบ่อเก็บน้ำเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องบำรุงรักษาตามตาราง ไม่ใช่ขุดครั้งเดียวจบ กระทรวงเกษตรญี่ปุ่นสำรวจสระราว 96,000 แห่งพบว่า 69% สร้างตั้งแต่ยุคเอโดะหรือก่อนหน้าหรือไม่ทราบปี 16% ยุคเมจิ 4% ยุคไทโช และเพียง 11% สร้างตั้งแต่ยุคโชวะเป็นต้นมา สระเก่าที่ไม่มีคนดูแลกลายเป็นความเสี่ยงเขื่อนแตกจนต้องออกกฎหมายเฉพาะบังคับให้เจ้าของแจ้งขึ้นทะเบียน ฟาร์มที่มีบ่อจึงควรมีรอบตรวจคันบ่อ ทางระบายน้ำล้น และรอยรั่วอย่างน้อยปีละครั้งก่อนเข้าฤดูฝน
แหล่งอ้างอิง
  1. MAFF กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น — สถานการณ์การใช้น้ำเกษตรของญี่ปุ่น (ข้อมูลปี 2563) — maff.go.jp
  2. MLIT กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น — สถานการณ์การใช้ทรัพยากรน้ำ (ข้อมูลปี 2562) — mlit.go.jp
  3. MAFF — ปริมาณการใช้น้ำเกษตรและการใช้น้ำซ้ำ (反復利用) — maff.go.jp
  4. MAFF 農村振興局 — จำนวนสระเก็บน้ำเกษตร (ため池) 148,345 แห่ง ณ มีนาคม 2569 — maff.go.jp
  5. MAFF 農村振興局 — 農業用ため池を巡る状況 สัดส่วนยุคที่สร้างสระ (กรกฎาคม 2024) — maff.go.jp
  6. NARO — ระบบเปิด-ปิดน้ำนาอัตโนมัติควบคุมด้วย ICT (22 สิงหาคม 2017) — naro.go.jp
  7. NARO — การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สินค้าเชิงพาณิชย์ WATARAS (15 กุมภาพันธ์ 2021) — naro.go.jp
  8. 内閣府 SIP / NARO — คู่มือการนำระบบจัดการน้ำยุคใหม่มาใช้ ผลสาธิต 2559–2560 (มีนาคม 2019) — naro.go.jp
  9. MAFF — ผลสาธิตโครงการเกษตรอัจฉริยะ รายงานกลางโครงการ กลุ่มไม้ผลและพืชสวน (มีนาคม 2021) — affrc.maff.go.jp
  10. NARO — เครื่องควบคุมระดับน้ำต้นทุนต่ำแบบลูกลอย ไม่ใช้ไฟฟ้า (2007) — naro.go.jp
  11. NARO NIRE — iDAS ระบบควบคุมการจ่ายน้ำและระบายน้ำอัตโนมัติ (ขั้นสาธิต) — naro.go.jp
  12. MAFF — สมุดปกขาวอาหาร เกษตร และชนบท ประจำปี 2567: จำนวนและอายุเกษตรกร — maff.go.jp
  13. MAFF — J-Credit อนุมัติระเบียบวิธีขยายช่วงไขน้ำแห้งกลางฤดู (1 มีนาคม 2023) — maff.go.jp
  14. Minamikawa K. — Paddy and Water Environment 23(4):525–532 (5 สิงหาคม 2025) — springer.com
  15. Japan Water Agency — โครงร่างองค์กรและระบบคลองส่งน้ำ — water.go.jp
หมายเหตุ: ตัวเลขจากแหล่งญี่ปุ่นใช้ปีศักราชญี่ปุ่น (令和 N = 2018 + N) ซึ่งเครื่องมือแปลอัตโนมัติมักแปลงผิด เราตรวจสอบข้อความต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นซ้ำสำหรับตัวเลขจำนวนสระและสัดส่วนยุคที่สร้างแล้ว ส่วนความยาวคลองส่งน้ำทั้งประเทศเราไม่ระบุเพราะเอกสารไม่ระบุปีข้อมูลและนิยามขัดกันระหว่างแหล่ง บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

← กลับหน้าข่าวสารทั้งหมด

ติดต่อฟาร์ม

สนใจต้นไหน ตัวไหน ทักมาคุยกันได้เลย

บอกเราว่าคุณสนใจพันธุ์ไม้ ผลผลิต น้องเต่า หรือน้องซูก้า เราจะส่งรูปของจริงพร้อมราคาปัจจุบันให้ดูก่อนตัดสินใจ

โทรหาเจ้าของฟาร์มโดยตรง094 731 3117
  • ที่ตั้งฟาร์มบ้านดอนโด่ ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี 34330
  • เวลาติดต่อทักได้ทุกวัน — โทรนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้าชมฟาร์ม
  • ติดตามฟาร์มFacebook: Get & Guide Farm เก็ตไกด์ฟาร์ม · YouTube: @getguidefarm
โทรเลย 094 731 3117
คัดลอกรายการแล้ว วางในแชตได้เลย