โทร 094 731 3117 รับสายทุกวัน 08:00–18:00 ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี Facebook YouTube

หน้าแรก › ข่าวสาร › ทะเบียนเกษตรกร Farmbook 2569

ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผ่าน Farmbook — เงื่อนไขที่ทำให้ได้หรือไม่ได้เงินเยียวยาน้ำท่วม

ข่าวเกษตร & เทคโนโลยี เผยแพร่ 22 สิงหาคม 2569 ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เรียบเรียงโดย เก็ตไกด์ฟาร์ม
สรุปสั้น
  • สิทธิ์รับเงินช่วยเหลือภัยพิบัติด้านพืชต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียน “ก่อนเกิดภัย” เท่านั้น — ไปขึ้นทะเบียนหลังน้ำท่วมแล้วไม่ทัน
  • ทะเบียนที่ไม่ปรับปรุงติดต่อกัน 3 ปี จะถูกยกเลิกอัตโนมัติ
  • ปรับปรุงได้ฟรีผ่านแอป Farmbook ระบบ e-Form ที่ efarmer.doae.go.th หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ
  • ไม้ผลไม้ยืนต้นแจ้งได้ตลอดทั้งปี ส่วนข้าว/ข้าวโพด/มันสำปะหลัง แจ้งภายใน 15–60 วันหลังปลูก
  • ถ้าเสียหายแล้ว ต้องยื่นแบบ กษ 01 ภายใน 40 วันนับแต่วันเกิดภัย
  • กรมอุตุฯ คาดปี 2569 มีพายุหมุนเขตร้อนเข้าไทย 1–2 ลูก ช่วง ส.ค.–ก.ย. ส่วนใหญ่กระทบภาคเหนือและอีสาน

ทำไมเรื่องนี้ต้องทำ “ก่อน” ไม่ใช่ “ตอน”

เรื่องที่เกษตรกรจำนวนมากพลาดคือคิดว่าเมื่อเกิดน้ำท่วมแล้วค่อยไปแจ้งที่อำเภอก็ได้ แต่หลักเกณฑ์ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดชัดว่าผู้มีสิทธิ์ต้อง “ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนก่อนเกิดภัยพิบัติแล้วเท่านั้น” และพื้นที่เสียหายต้องอยู่ในเขตที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือฯ

ซ้ำร้าย กรมส่งเสริมการเกษตรยังระบุว่า ทะเบียนเกษตรกรที่ไม่ปรับปรุงติดต่อกัน 3 ปีจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่าคนที่เคยขึ้นทะเบียนไว้เมื่อหลายปีก่อนแล้วไม่เคยกลับไปอัปเดต อาจไม่มีสถานะเหลืออยู่แล้วโดยไม่รู้ตัว

เช็กสถานะตัวเองก่อน: ตรวจสอบออนไลน์ได้ที่ efarmer.doae.go.th/checkFarmer โดยใช้เลขบัตรประชาชน 13 หลัก ร่วมกับรหัส 12 หลักหลังบัตร (ตัวอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว ตามด้วยตัวเลข 10 ตัว)

ปรับปรุงทะเบียนอย่างไร และภายในเมื่อไร

กรมส่งเสริมการเกษตรเชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนสำหรับปีเพาะปลูก 2569/2570 โดย ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

ชนิดพืชกรอบเวลาแจ้งหลังปลูก
ข้าว / ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ / มันสำปะหลัง15–60 วันหลังปลูก
พืชไร่อื่น ๆ15–30 วันหลังปลูก
ไม้ผล–ไม้ยืนต้นแจ้งได้ตลอดทั้งปี

ช่องทางที่ใช้ได้มี 3 ทาง

  1. แอปพลิเคชัน Farmbook (iOS และ Android) — เลือกเมนูแจ้งปรับปรุงทะเบียน แล้วแจ้งรอบการปลูกให้ครบทุกแปลง
  2. ระบบ e-Form ที่ efarmer.doae.go.th
  3. ยื่นด้วยตนเอง ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล หรือผ่านผู้นำชุมชนและอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.)

อัตราช่วยเหลือที่ใช้อยู่จริงตอนนี้

อัตราการช่วยเหลือด้านพืชที่หน่วยงานราชการประกาศใช้อยู่ (ข้อมูลสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 พฤษภาคม 2569) คือ

ประเภทพืชอัตราช่วยเหลือ
ข้าว1,340 บาท/ไร่
พืชไร่และพืชผัก1,980 บาท/ไร่
ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ4,048 บาท/ไร่
ไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน
เรื่องอัตราใหม่ที่เป็นข่าว: มีรายงานข่าวว่าจะปรับขึ้นเป็นข้าว 2,240 / พืชไร่-ผัก 3,180 / ไม้ผล-ไม้ยืนต้น 6,800 บาทต่อไร่ ข้อเท็จจริงคือคณะทำงานของกระทรวงเกษตรฯ เห็นชอบ “ในหลักการ” เมื่อ 26 มีนาคม 2569 และยังต้องจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม เรายังไม่พบประกาศที่ยืนยันว่าบังคับใช้แล้ว จึงแนะนำให้วางแผนโดยยึดอัตราปัจจุบันไว้ก่อน

ถ้าเสียหายแล้ว: 3 สิ่งที่ต้องทำ

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรระบุ 3 สิ่งที่เกษตรกรต้องทำเมื่อประสบภัยพิบัติด้านพืช

  1. ตรวจสอบว่าทะเบียนเกษตรกรเป็นปัจจุบัน
  2. ยื่นแบบ กษ 01 ภายใน 40 วันนับแต่วันที่เกิดภัย ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ที่เกิดความเสียหาย โดยมีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือผู้บริหารท้องถิ่นรับรอง — ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ disaster.doae.go.th
  3. เข้าร่วมประชาคมและติดตามรายชื่อในประกาศคัดค้าน — ถ้าชื่อตกหล่นต้องทักท้วงในช่วงประกาศ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้ออกหลักเกณฑ์ใหม่เรื่องเงินทดรองราชการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งมีผลกับภัยที่เกิดตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป แทนหลักเกณฑ์เดิมปี 2563 และจ่ายได้ทั้งเงินสด เช็ค หรือ e-Payment

สถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังปีนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝนปี 2569 เมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 คาดปริมาณฝนรวมทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติราว 10% และน้อยกว่าปี 2568 แต่ยังคาดว่าจะมี พายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าไทย 1–2 ลูก ช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน ส่วนใหญ่กระทบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ฝนน้อยกว่าปกติไม่ได้แปลว่าไม่ท่วม เพราะน้ำหลากเฉพาะจุดยังเกิดได้ ตัวอย่างเช่น สทนช. ออกประกาศเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำท่วมขังช่วง 6–9 สิงหาคม 2569 โดยมีจังหวัดอุบลราชธานีอยู่ในรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภาคอีสานตอนล่างด้วย

อีกเรื่องที่ควรเฝ้าระวังคือ รายงานศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ณ 6 สิงหาคม 2569 ระบุการระบาดของ โรคใบด่างมันสำปะหลังใน 35 จังหวัด พื้นที่เพิ่มขึ้น 7,711 ไร่ รวมถึงจังหวัดอุบลราชธานี

สิ่งที่ยังรอ — อย่าเพิ่งวางแผนการเงินจากมัน

  • ประกันภัยข้าวนาปี 2569 — คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติเห็นชอบ “ในหลักการ” เมื่อ 11 มิถุนายน 2569 ให้รัฐและ ธ.ก.ส. อุดหนุนเบี้ยประกันให้เกษตรกรรายย่อย 10 ไร่แรก โดยมอบสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจัดทำรายละเอียดเสนอกลับ — ยังไม่มีประกาศเบี้ยประกัน วงเงินคุ้มครอง หรือวันปิดรับสมัคร
  • อัตราเยียวยาใหม่ — ยังไม่ยืนยันว่าบังคับใช้ (ดูกล่องด้านบน)

เช็กลิสต์: ทำวันนี้ได้เลย

  1. เช็กสถานะทะเบียนที่ efarmer.doae.go.th/checkFarmer
  2. โหลดแอป Farmbook แล้วแจ้งรอบการปลูกปี 2569/70 ให้ครบทุกแปลง
  3. ถ้ามีไม้ผล–ไม้ยืนต้น อย่ารอ — แจ้งได้ตลอดปี ทำเลยวันนี้
  4. ดาวน์โหลดแบบ กษ 01 เก็บไว้ล่วงหน้าที่ disaster.doae.go.th
  5. ติดตามประกาศเฝ้าระวังของ สทนช. และรายงานศูนย์ติดตามภัยพิบัติด้านการเกษตรเป็นระยะ

มุมมองจากฟาร์ม

เก็ตไกด์ฟาร์มอยู่ที่ตำบลจิกเทิง อำเภอตาลสุม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ติดรายชื่อพื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลากในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เราจึงรวบรวมข้อมูลชุดนี้ไว้ให้ทั้งลูกค้าและเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่ เพราะเป็นเรื่องที่ทำล่วงหน้าได้ฟรี และเสียดายมากถ้าพลาดสิทธิ์เพราะไม่ได้กดอัปเดตแค่ไม่กี่นาที

คำถามที่พบบ่อย

ปลูกข้าวแล้วต้องแจ้งขึ้นทะเบียนภายในกี่วัน
กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดให้แจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรหลังปลูก ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ภายใน 15-60 วันหลังปลูก ส่วนพืชไร่อื่น ๆ ภายใน 15-30 วันหลังปลูก และไม้ผลไม้ยืนต้นแจ้งปรับปรุงได้ตลอดทั้งปี ทำได้ฟรีผ่านแอป Farmbook ระบบ e-Form ที่ efarmer.doae.go.th หรือที่สำนักงานเกษตรอำเภอ
ถ้าไม่เคยปรับปรุงทะเบียนมาหลายปี จะยังได้เงินเยียวยาไหม
มีความเสี่ยงสูงว่าจะไม่ได้ เพราะกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าทะเบียนที่ไม่ปรับปรุงติดต่อกัน 3 ปีจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ และเงื่อนไขการรับเงินช่วยเหลือคือต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนก่อนเกิดภัยพิบัติเท่านั้น การไปขึ้นทะเบียนหลังน้ำท่วมแล้วจะไม่ทันสิทธิ์
พืชเสียหายจากน้ำท่วม จะได้เงินเท่าไหร่ และต้องยื่นภายในเมื่อไร
อัตราที่หน่วยงานราชการประกาศใช้อยู่คือ ข้าว 1,340 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผัก 1,980 บาทต่อไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้น 4,048 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 30 ไร่ต่อครัวเรือน โดยพื้นที่ต้องอยู่ในเขตที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ และต้องยื่นแบบ กษ 01 ภายใน 40 วันนับแต่วันเกิดภัย ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ พร้อมให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือผู้บริหารท้องถิ่นรับรอง
ปีนี้ฝนจะมากไหม ต้องระวังช่วงไหน
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าปริมาณฝนรวมทั้งประเทศปี 2569 ต่ำกว่าค่าปกติราว 10% และน้อยกว่าปี 2568 แต่ยังคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเข้าไทย 1-2 ลูก ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ส่วนใหญ่กระทบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในเดือนสิงหาคม 2569 สทนช. เคยประกาศให้อุบลราชธานีอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลากช่วง 6-9 สิงหาคมมาแล้ว ฝนน้อยกว่าปกติไม่ได้แปลว่าไม่ท่วม
แหล่งอ้างอิง
  1. กรมส่งเสริมการเกษตร — ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปีเพาะปลูก 2569/2570 (25 พฤษภาคม 2569) — doae.go.th
  2. ศูนย์ข่าวกรมส่งเสริมการเกษตร — 3 สิ่งที่เกษตรกรควรทำเมื่อประสบภัยพิบัติด้านพืช (15 พฤษภาคม 2569) — doaenews.doae.go.th
  3. สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช (1 พฤษภาคม 2569) — opsmoac.go.th
  4. กรมส่งเสริมการเกษตร — ระบบตรวจสอบสถานะทะเบียนเกษตรกร — efarmer.doae.go.th
  5. กรมส่งเสริมการเกษตร — ระบบข้อมูลเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช (แบบ กษ 01) — disaster.doae.go.th
  6. กรมประชาสัมพันธ์ — กระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์เงินทดรองราชการฯ มีผลกับภัยตั้งแต่ 6 มีนาคม 2569 (2 มีนาคม 2569) — prd.go.th
  7. กรมประชาสัมพันธ์ — คณะทำงานกระทรวงเกษตรฯ เห็นชอบในหลักการปรับอัตราช่วยเหลือ (26 มีนาคม 2569) — prd.go.th
  8. กรมประชาสัมพันธ์ — กรมอุตุนิยมวิทยาแถลงเข้าสู่ฤดูฝนปี 2569 (14 พฤษภาคม 2569) — prd.go.th
  9. กรมประชาสัมพันธ์ — สทนช. ประกาศเฝ้าระวังน้ำหลาก 6–9 สิงหาคม 2569 (5 สิงหาคม 2569) — prd.go.th
  10. กรมประชาสัมพันธ์ — บอร์ด นบข. เห็นชอบมาตรการข้าวปี 2569/70 และหลักการประกันภัยข้าวนาปี (11 มิถุนายน 2569) — prd.go.th
  11. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร (6 สิงหาคม 2569) — moac.go.th
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากประกาศของหน่วยงานราชการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยสิทธิ์ อัตราช่วยเหลือ เงื่อนไข และกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาตรวจสอบกับสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ของท่านก่อนดำเนินการทุกครั้ง

← กลับหน้าข่าวสารทั้งหมด

ติดต่อฟาร์ม

สนใจต้นไหน ตัวไหน ทักมาคุยกันได้เลย

บอกเราว่าคุณสนใจพันธุ์ไม้ ผลผลิต น้องเต่า หรือน้องซูก้า เราจะส่งรูปของจริงพร้อมราคาปัจจุบันให้ดูก่อนตัดสินใจ

โทรหาเจ้าของฟาร์มโดยตรง094 731 3117
  • ที่ตั้งฟาร์มบ้านดอนโด่ ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี 34330
  • เวลาติดต่อทักได้ทุกวัน — โทรนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้าชมฟาร์ม
  • ติดตามฟาร์มFacebook: Get & Guide Farm เก็ตไกด์ฟาร์ม · YouTube: @getguidefarm
โทรเลย 094 731 3117
คัดลอกรายการแล้ว วางในแชตได้เลย