โทร 094 731 3117 รับสายทุกวัน 08:00–18:00 ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี Facebook YouTube

หน้าแรก › ข่าวสาร › ปลูกกล้าไม้ผลปลายฝน 2569

ปลายฝนต่อหน้าแล้ง: ปลูกกล้าไม้ผลช่วงนี้ให้รอดทั้งน้ำขังและเอลนีโญ

พืช & การทำสวน เผยแพร่ 22 สิงหาคม 2569 ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เรียบเรียงโดย เก็ตไกด์ฟาร์ม
สรุปสั้น
  • กรมอุตุนิยมวิทยาคาดเดือนกันยายน 2569 ภาคอีสานมีฝนรวม 200–250 มม. วันฝนตก 17–19 วัน
  • NOAA ออก El Niño Advisory วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ระบุโอกาส มากกว่า 90% ที่จะเป็นเอลนีโญ “รุนแรงมาก” ช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570
  • กรมส่งเสริมการเกษตรระบุชัด ห้ามปลูกลงดินที่ยังแฉะน้ำขัง ต้องปรับสภาพดินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
  • ไม้ผลกลุ่มทนน้ำน้อย เช่น ขนุน มะละกอ จำปาดะ สาเก ตายได้ใน 3–5 วัน ถ้าน้ำท่วมขัง
  • ลงทุนคลุมดินและระบบน้ำ “ตอนที่ยังมีน้ำ” — อ่างเก็บน้ำทั้งประเทศ ณ 21 ส.ค. 2569 มีน้ำใช้การได้เพียง 44%

สองสภาพอากาศที่ต้องวางแผนพร้อมกัน

ช่วงนี้เป็นรอยต่อที่ยากที่สุดของปีสำหรับคนลงกล้าไม้ผล เพราะต้องรับมือสองอย่างที่ตรงข้ามกันในเวลาไล่เลี่ยกัน — น้ำมากเกินไปตอนนี้ และ น้ำน้อยเกินไปในอีกไม่กี่เดือน

ฝั่งฝน กรมอุตุนิยมวิทยาออกคาดหมายอากาศเดือนกันยายน 2569 (ประกาศ 7 สิงหาคม 2569) ว่าประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและต่อเนื่อง จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60–80 ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ กับจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง เฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดปริมาณฝนรวม 200–250 มิลลิเมตร มีวันฝนตก 17–19 วัน อุณหภูมิสูงสุด 32–34 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าปกติราว 0.5–1.0 องศาเซลเซียส

ฝั่งแล้ง ศูนย์พยากรณ์สภาพภูมิอากาศของ NOAA ออก El Niño Advisory เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ระบุว่าเอลนีโญกำลังแรงขึ้น และมีโอกาสมากกว่าร้อยละ 90 ที่จะเป็นเหตุการณ์ “รุนแรงมาก” ในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 โดยดัชนี Niño-3.4 เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ +1.4 องศาเซลเซียส สอดคล้องกับ IRI มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (19 สิงหาคม 2569) ที่ให้ความน่าจะเป็นของเอลนีโญ 100% ตั้งแต่ช่วงสิงหาคม–ตุลาคม 2569 ต่อเนื่องถึงกุมภาพันธ์–เมษายน 2570

แปลว่าอะไรกับสวน: กล้าที่คุณลงดินเดือนนี้จะต้องผ่าน “ฝนหนักช่วงตั้งตัว” แล้วต่อด้วย “หน้าแล้งแรกของมัน” ภายใต้เงื่อนไขเอลนีโญพอดี งานที่ต้องทำจึงมีสองชุด และต้องทำในหลุมเดียวกันตั้งแต่วันแรก

ก่อนลงกล้า: เช็กว่าดินระบายน้ำทันหรือยัง

ข้อผิดพลาดที่แพงที่สุดคือรีบปลูกลงดินที่ยังแฉะ กรมส่งเสริมการเกษตรระบุไว้ตรง ๆ ว่าหลังน้ำลด ห้ามปลูกซ่อมขณะดินยังแฉะ ต้องปรับสภาพดินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนด้วยปูนขาว ปุ๋ยคอก และสารป้องกันเชื้อรา ก่อนจะปลูกใหม่

สำหรับพื้นที่ลุ่ม คู่มือการปลูกของกรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้ยกร่องกว้างอย่างน้อย 6 เมตร มีร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร พร้อมระบบระบายน้ำ หลุมปลูกขนาด 50×50×50 เซนติเมตร และในช่วงต้นกล้ายังเล็กควรมีร่มเงาหรือการพรางแสงประมาณ 30–40% ซึ่งยิ่งสำคัญขึ้นเมื่อกันยายนนี้คาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยจะสูงกว่าค่าปกติ

เลือกชนิดพืชให้ตรงกับความเสี่ยงน้ำของแปลง

กรมส่งเสริมการเกษตรจัดกลุ่มไม้ผลตามความทนน้ำท่วมไว้ชัดเจน ถ้าแปลงของคุณเป็นที่ลุ่มและยกโคกไม่สูงพอ การเลือกผิดกลุ่มคือการเสียต้นทั้งแปลงในหนึ่งสัปดาห์

กลุ่มระยะเวลาที่ทนน้ำท่วมขังตัวอย่าง
ทนได้น้อยตายหลังน้ำท่วมขังเพียง 3–5 วันขนุน มะละกอ จำปาดะ สาเก
ทนปานกลางอาจทนอยู่ได้ 7–15 วันทุเรียน มังคุด ส้มเขียวหวาน มะไฟ
ทนได้มากทนได้ดีกว่าสองกลุ่มแรกมะพร้าว หมาก ชมพู่ พุทรา ละมุด มะขาม ฝรั่ง

รองก้นหลุมด้วยไตรโคเดอร์มาตั้งแต่วันปลูก

โรครากเน่าโคนเน่าเป็นสาเหตุการตายของต้นเล็กที่พบบ่อยที่สุดหลังฝนหนัก และเป็นเรื่องที่ป้องกันถูกกว่ารักษามาก กรมส่งเสริมการเกษตรให้อัตราใช้ไว้ดังนี้

วิธีใช้อัตรา
รองก้นหลุม / หว่านใต้ทรงพุ่มเชื้อสด 1 กก. + รำข้าว 4 กก. + ปุ๋ยหมัก 100 กก. → ใส่ 10–20 กก./หลุม หรือหว่าน 80–100 กก./ไร่
ฉีดพ่นเชื้อสด 1 กก. ต่อน้ำ 200 ลิตร ครอบคลุมประมาณ 1 ไร่
ทาแผลที่ถากเปลือกออกเชื้อสด 1 กก. ต่อน้ำ 1 ลิตร (หรือผสมปูนแดง 0.5 กก.) ไม่ควรทาช่วงแดดจัด

กรมส่งเสริมการเกษตรได้ตั้งวอร์รูมรับมือฤดูฝน 2569 และสำรองชีวภัณฑ์ไว้แล้ว ทั้งไตรโคเดอร์มา บิวเวอเรีย และเมตาไรเซียม รวมถึงสำรองพันธุ์พืชอายุสั้นและไม้ผล 37,600 ต้น สอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่

วางระบบน้ำตอนนี้ ใช้จริงปลายปี

นี่คือส่วนที่คนมักผัดไว้ เพราะตอนที่ฝนกำลังตกหนักมันไม่รู้สึกจำเป็น แต่รายงานสถานการณ์น้ำของกรมชลประทาน ณ 21 สิงหาคม 2569 ระบุว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางทั้งประเทศมีน้ำ 47,345 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 62% ของความจุ แต่เป็น น้ำใช้การได้เพียง 23,374 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 44% เท่านั้น

สำหรับการรับมือ กรมส่งเสริมการเกษตรสรุปหลักไว้ 3 ข้อคือ คลุมดิน จัดการน้ำ ใช้ปุ๋ยเหมาะสม โดยให้เติมอินทรียวัตถุช่วงดินยังมีความชื้น เลี่ยงไถลึกเพื่อรักษาความชื้นในดิน ใช้น้ำหยดหรือให้น้ำแบบเฉพาะจุด สร้างสระหรือร่องน้ำเก็บไว้ในแปลงตัวเอง และแบ่งใส่ปุ๋ยหลายครั้งเมื่อดินมีความชื้นพอ

ถ้าต้นยังเล็กและเจอความร้อนจัด กรมส่งเสริมการเกษตรมีคำแนะนำเฉพาะสำหรับชาวสวนไม้ผล 6 ข้อ ได้แก่ ใช้การคลุมดินร่วมกับระบบน้ำ ปลิดดอกและผลออกบางส่วนหรือทั้งหมดเพื่อลดภาระของต้น ลดการให้ปุ๋ยหรือสารกระตุ้นการเจริญเติบโตของยอดและใบอ่อน ฉีดพ่นอาหารเสริมบางชนิด จัดการวัชพืชตามฤดูกาล และปรับเวลาการให้น้ำ

ถ้าน้ำท่วมแปลงไปแล้ว ทำอะไรก่อน

  1. เร่งระบายน้ำออกจากโคนต้น และอย่าเหยียบย่ำดินที่ยังเปียก
  2. ตัดแต่งกิ่งที่หักหรือฉีก
  3. ใช้ปุ๋ยทางใบสูตร 12-12-12, 12-9-6 หรือ 21-21-21 ระหว่างที่รากยังดูดอาหารไม่ปกติ — ยังไม่ใส่ปุ๋ยทางราก
  4. ป้องกันรากเน่าโคนเน่าด้วยเมทาแลกซิล ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม หรือไตรโคเดอร์มา
  5. รอปรับสภาพดินอย่างน้อย 1 เดือนก่อนปลูกซ่อม

อย่าลืมทะเบียนเกษตรกร

สิทธิ์รับความช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติผูกกับทะเบียนเกษตรกรที่เป็นปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่า ไม้ผลไม้ยืนต้นแจ้งปรับปรุงทะเบียนได้ตลอดทั้งปี ทำได้ฟรีผ่านแอป Farmbook ระบบ e-Form ที่ efarmer.doae.go.th หรือที่สำนักงานเกษตรอำเภอ และหากไม่ปรับปรุงติดต่อกัน 3 ปีจะเสียสิทธิ์ รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ในบทความ ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผ่าน Farmbook

มุมมองจากฟาร์ม

ที่เก็ตไกด์ฟาร์ม เราเพาะและจำหน่ายกล้าไม้ผลและพันธุ์ไม้หลายชนิด สิ่งที่เราบอกลูกค้าทุกครั้งคือ ให้ดูสภาพแปลงของตัวเองก่อนเลือกชนิด ไม่ใช่เลือกจากความอยากปลูกอย่างเดียว ถ้าเป็นที่ลุ่มน้ำขังง่าย เราจะแนะนำกลุ่มที่ทนน้ำได้มากกว่า หรือให้ยกโคกให้สูงพอ และเราส่งรูปต้นจริงกับสภาพรากให้ดูก่อนตัดสินใจเสมอ เพราะกล้าที่รากดีตั้งแต่วันแรกคือครึ่งหนึ่งของโอกาสรอดในสภาพอากาศแบบปีนี้

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ปลายเดือนสิงหาคม ยังปลูกกล้าไม้ผลได้ไหม
ได้ แต่ต้องดูสภาพดินก่อน กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าเดือนกันยายน 2569 ฝนยังตกชุกหนาแน่น ภาคอีสานฝนรวม 200–250 มม. และมีวันฝนตก 17–19 วัน ความชื้นจึงเพียงพอสำหรับตั้งตัว แต่กรมส่งเสริมการเกษตรระบุชัดว่าห้ามปลูกขณะดินยังแฉะน้ำขัง และควรปรับสภาพดินล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนด้วยปูนขาว ปุ๋ยคอก และสารป้องกันเชื้อรา
ทำไมต้องรีบวางระบบน้ำทั้งที่ตอนนี้ฝนตกหนัก
เพราะปลายปีจะพลิกเป็นแล้ง NOAA ออก El Niño Advisory เมื่อ 13 สิงหาคม 2569 ระบุว่าเอลนีโญกำลังแรงขึ้น และมีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะเป็นเหตุการณ์รุนแรงมากในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ส่วน IRI ให้ความน่าจะเป็นเอลนีโญ 100% ตั้งแต่ ส.ค.–ต.ค. 2569 ถึง ก.พ.–เม.ย. 2570 กล้าที่ลงดินวันนี้จะต้องผ่านหน้าแล้งแรกของมันภายใต้เงื่อนไขนี้พอดี
ไม้ผลชนิดไหนเสี่ยงตายที่สุดถ้าน้ำท่วมขัง
ตามการจัดกลุ่มของกรมส่งเสริมการเกษตร กลุ่มทนน้ำท่วมได้น้อยจะตายหลังถูกน้ำท่วมขังเพียง 3-5 วัน เช่น ขนุน มะละกอ จำปาดะ สาเก กลุ่มทนปานกลาง เช่น ทุเรียน มังคุด ส้มเขียวหวาน มะไฟ อาจทนได้ 7-15 วัน ส่วนกลุ่มทนได้มาก เช่น มะพร้าว หมาก ชมพู่ พุทรา ละมุด มะขาม ฝรั่ง
ใช้ไตรโคเดอร์มาป้องกันรากเน่าโคนเน่าอย่างไร
กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำเชื้อสด 1 กก. ผสมรำข้าว 4 กก. และปุ๋ยหมัก 100 กก. แล้วใช้รองก้นหลุม 10-20 กก. ต่อหลุม หรือหว่านใต้ทรงพุ่ม 80-100 กก. ต่อไร่ ถ้าฉีดพ่นใช้เชื้อสด 1 กก. ต่อน้ำ 200 ลิตร ครอบคลุมประมาณ 1 ไร่ และถ้าทาแผลใช้เชื้อสด 1 กก. ต่อน้ำ 1 ลิตร หรือผสมปูนแดง 0.5 กก. โดยไม่ควรทาช่วงแดดจัด
แหล่งอ้างอิง
  1. NOAA Climate Prediction Center — ENSO Diagnostic Discussion (13 สิงหาคม 2026) — cpc.ncep.noaa.gov
  2. IRI, Columbia University — ENSO Forecast / Quick Look (19 สิงหาคม 2026) — iri.columbia.edu
  3. กรมอุตุนิยมวิทยา — คาดหมายลักษณะอากาศรายเดือน (เดือนกันยายน 2569 ออกประกาศ 7 สิงหาคม 2569) — tmd.go.th
  4. กรมชลประทาน — รายงานสถานการณ์น้ำรายวัน (21 สิงหาคม 2569) — water.rid.go.th
  5. กรมส่งเสริมการเกษตร — การจัดการสวนไม้ผลที่ถูกน้ำท่วมและการฟื้นฟูหลังน้ำลด — doaenews.doae.go.th
  6. กรมส่งเสริมการเกษตร — การจัดกลุ่มไม้ผลตามความทนน้ำท่วม — doaenews.doae.go.th
  7. กรมส่งเสริมการเกษตร — การใช้ไตรโคเดอร์มาควบคุมโรครากเน่าโคนเน่า — doaenews.doae.go.th
  8. กรมส่งเสริมการเกษตร — วอร์รูมรับมือฤดูฝน 2569 และการสำรองชีวภัณฑ์ (23 กรกฎาคม 2569) — doaenews.doae.go.th
  9. กรมส่งเสริมการเกษตร — เอลนีโญ/ฝนทิ้งช่วง: คลุมดิน จัดการน้ำ ใช้ปุ๋ยเหมาะสม (11 มิถุนายน 2569) — doae.go.th
  10. ศูนย์วิทยบริการเพื่อส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร — เทคนิคการปลูกและดูแลรักษาไม้ผล (PDF) — esc.doae.go.th
  11. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ — ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร — moac.go.th
หมายเหตุ: ข้อมูลพยากรณ์อากาศและสถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตัวเลขในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่ ก่อนตัดสินใจลงทุนควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน และปรึกษาสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ของท่าน

← กลับหน้าข่าวสารทั้งหมด

ติดต่อฟาร์ม

สนใจต้นไหน ตัวไหน ทักมาคุยกันได้เลย

บอกเราว่าคุณสนใจพันธุ์ไม้ ผลผลิต น้องเต่า หรือน้องซูก้า เราจะส่งรูปของจริงพร้อมราคาปัจจุบันให้ดูก่อนตัดสินใจ

โทรหาเจ้าของฟาร์มโดยตรง094 731 3117
  • ที่ตั้งฟาร์มบ้านดอนโด่ ต.จิกเทิง อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี 34330
  • เวลาติดต่อทักได้ทุกวัน — โทรนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้าชมฟาร์ม
  • ติดตามฟาร์มFacebook: Get & Guide Farm เก็ตไกด์ฟาร์ม · YouTube: @getguidefarm
โทรเลย 094 731 3117
คัดลอกรายการแล้ว วางในแชตได้เลย